เฟสบุ๊คเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้ใช้งานถึง 1,200 ล้านคน สร้างโดยวัยรุ่นอย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (วัยรุ่นตอนปลาย) เมื่อ 10 ปีมาแล้วตั้งแต่อายุเพียง 20 ปี จนกระทั่งปัจจุบันบริษัทฯ เข้าตลาดหุ้นมีมูลค่าถึง 3.3 ล้านล้านบาท แม้ที่ผ่านมาจะมีการแสดงสถิติมากมายว่าชาวโลกยังรัก และสนใจเข้าใช้งานเฟสบุ๊คเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เฟสบุ๊คก็เริ่มมีอายุมากขึ้นทุกวัน รวมไปถึงค่าเฉลี่ยผู้ใช้งานก็เพิ่มมากขึ้นทุกปีตามไปด้วย โดยวัยรุ่นยุคใหม่เข้าเล่นเฟสบุ๊คน้อยลง ในขณะที่จำนวนผู้ใช้งานเฟสบุ๊คเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นกลับกลายเป็นผู้ใช้งานรุ่นพ่อ รุ่นแม่ ซะงั้น ซึ่งเหตุผลส่วนใหญ่ในการเข้าใช้งานของพ่อ แม่ เป็นเพราะต้องการเข้าไปติดตามดูพฤติกรรมของลูกนั่นเอง โดยจากสถิติมีวัยรุ่นมากถึง 70% ที่เล่นเฟสบุ๊คมี พ่อ แม่ เป็นเพื่อนอยู่ด้วย

วัยรุ่นมีปัญหาเกี่ยวกับเฟสบุ๊คมากมายนัก แต่ก็ยังมีวัยรุ่นบางกลุ่มที่ยังยึดมั่นกับการใช้งานเฟสบุ๊คอยู่ ถ้าอย่างนี้แปลว่าเฟสบุ๊คยังพอมีทางออกสำหรับวัยรุ่นอยู่บ้างหรือไม่? ปัญหาหลักคือการที่มี พ่อ แม่ เข้ามาแอบสอดส่องตลอดเวลา ไหนจะโพสคอมเม้น บนรูป หรือบนวอลด้วยถ้อยคำที่แสนจะน่าอายถ้าเพื่อนเข้ามาเห็น ประกอบกับอาจจะเห็นภาพที่อาจจะไม่ควรเห็นจากเพื่อนที่แท็กเราอีกด้วย ซึ่งอาจเป็นหลักฐานนำมาซึ่งความเดือดร้อนงานเข้า เพราะโดนดุนั่นเอง แต่ถ้าวัยรุ่นเรียนรู้การใช้งานเฟสบุ๊คให้ดีขึ้นซักหน่อย ก็จะรู้วิธีการจัดการความเป็นส่วนตัวในการใช้งานเฟสบุ๊คได้นะ ไหนจะการตั้ง พ่อ แม่ เป็น restricted friend ซึ่งทำให้เห็นเฉพาะข้อความแบบ public เท่านั้น ยังเปลี่ยนความเป็นส่วนตัวของค่า timeline โดยสามารถเลือกอนุมัติการแท็กรูปของเราก่อนที่จะขึ้นบนหน้าวอลได้อีกด้วย ทำไม่ยากเลยนะ

วัยรุ่นบางคนเบื่อดราม่าบนเฟสบุ๊ค หรือการกลั่นแกล้งต่าง แต่ถ้าคิดดีๆ แล้วดูจะควบคุม และจัดการง่ายกว่าการโดนกลั่นแกล้งในโลกแห่งความจริงซะอีก ไหนจะหลักฐานมากมายที่สามารถรวบรวมได้ง่ายจากเฟสบุ๊ค ทั้งภาพ ข้อความ เวลาการกระทำผิดได้เรียงอย่างง่ายดาย และอีกทั้งสามารถบล็อกผู้ก่อกวนได้ง่ายอีกด้วย มีเหตุการณ์ในต่างประเทศกรณีที่ผู้ปกครองพบเห็นการข่มขู่ฆ่าลูกตัวเองโดยวัยรุ่นคนอื่น ผู้เป็นแม่จึงรีบนำข้อมูลที่สามารถรวบรวมได้จากโซเชียลไปแจ้งตำรวจ และจับผู้ข่มขู่ได้ สุดท้ายปลอดภัยเพราะใช้เป็นนั่นเอง

วัยรุ่นเบื่อโฆษณาอันมากมายบนเฟสบุ๊ค แต่อย่าได้กลัวไป เพราะอยากแนะนำเพื่อนที่รักคนหนึ่งที่ชื่อว่า AdBlock ถ้าได้รู้จักแล้วจะรักกันตลอดไป AdBlock ก็ตรงตามชื่อ เป็นเครื่องมือบล็อกโฆษณา โดยเป็น add-on ของเบราว์เซอร์นั่นเอง มีใช้ได้ทั้ง firefox และ chrome ซึ่งวิธีก็ง่ายนัก แนะนำให้ลองถาม “อากู๋”

จากปัญหาทั้งหมดนี้ เฟสบุ๊คก็รับรู้ว่าวัยรุ่นเข้ามาเล่นน้อยลง และหันไปหาโซเชียลอื่นแทน ไหนจะทั้ง Instagram twitter tumblr LINE หรือแม้กระทั่ง youtube แล้วเฟสบุ๊คจะเหลืออะไรให้วัยรุ่นสนใจใช้ต่อไปละ จะว่าไป ถ้าลองคิดดูดีๆ ก็มีอยู่อีกหลายอย่างที่มีประโยชน์อยู่มาก เช่นถ้าต้องการตามเรื่องการบ้านในวิชาต่างๆ facebook group อาจช่วยได้ง่าย หรือต้องการส่งข้อความก็ยังมี facebook message ให้ใช้ หรือถ้าอยากโพสอัลบัมรูปทริปญี่ปุ่นสุดมันละ ก็ facebook album นี่แหละใส่ได้เป็นร้อยเป็นพันรูปเลย ไหนจะวางแผนจัดงาน event ต่างๆ เฟสบุ๊คก็มีฟีเจอร์ให้พร้อมใช้ นอกจากนั้นอย่าลืมความสะดวกในการใช้งาน facebook connect ที่ใช้บัญชีเฟสบุ๊คในการสมัครการใช้งานเว็บอื่นได้อีกมากมายโดยการกดแค่เพียงปุ่มเดียวเท่านั้น แล้วถ้าเป็นแบบนี้เกิดคิดลบบัญชีเฟสบุ๊คทีเดียวบัญชีเว็บอื่นอาจจะหายตามไปด้วยหมด อย่างน้อยๆ ก็ข้อมูลประวัติส่วนตัวในเว็บอื่นๆ อาจจะหายไปแน่ ดังนั้นอาจจะต้องคิดดีๆ ก่อนลบบัญชีเฟสบุ๊ค

เฟสบุ๊คก็เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อก่อนวัยรุ่นอาจจะใช้สำหรับความบันเทิงเป็นหลัก แต่ปัจจุบันอาจจะไม่ใช่แล้ว เนื่องด้วยเพราะมีคู่แข่งอื่นที่ให้ความบันเทิงได้ในรูปแบบที่เหมาะสม หรือเรียบง่ายมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเกมที่ย้ายฐานจากการเล่นบนหน้าเฟสบุ๊คบนคอมพิวเตอร์ไปอยู่บนมือถือ smartphone แทน หรือจะโซเชียลที่เน้นการ “ตาม” ดูกันแทนที่จะเป็นเพื่อนกัน อย่างใน Instagram twitter และ tumblr แต่อย่างไรก็ตามเฟสบุ๊คยังคงมีฟีเจอร์การใช้งานที่มากไปกว่าความบันเทิงทั่วไป ซึ่งอาจเพิ่มความสะดวกให้กับคนที่รู้จักใช้มัน โดยทั้งหมดนี้อาจจะเหมาะกับวัยรุ่นตอนปลายในการช่วยบริหารจัดการชีวิต มากกว่า วัยรุ่นแรกแย้มที่สนแต่ความบันเทิง ก็เป็นได้

วัยรุ่นคงเป็นผู้พิสูจน์ว่าเฟสบุ๊คจะอยู่หรือจะไป ในยุคที่อายุโซเชียลที่ใหญ่ที่สุดในโลกเกือบจะมีอายุเกือบเท่าวัยรุ่นแล้ว

Comments